วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2554

แนวทางใหม่ในการรักษาโรคซึมเศร้า

Sex อาหารเสริมเพิ่มพลังกายและพลังใจ(ตีพิมพ์ในนิตยสารHealthToday ฉบับเดือนสิงหาคม 48) (2005-08-04)

ผู้เขียน : นพ.กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล



ฉบับนี้เรามาพูดเกี่ยวกับเรื่องอาหารดีๆ เพื่อสุขภาพกาย สุขภาพใจกันดีกว่า ความจริงเรื่องการดูแลสุขภาพนั้นหลายคนให้ความสนใจกันมาตลอด มิฉะนั้นนิตยสารต่างๆที่เกี่ยวกับเรื่องการดูแลสุขภาพ คงไม่ขายดิบขายดี และในยุคปัจจุบันเชื่อว่าคนทั่วไปก็ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพกาย และตามมาติดๆคือสุขภาพใจกันมากขึ้น เนื่องจากเป็นกระแสนิยมหรือเป็นเรื่องค่านิยมในการดูแลสุขภาพแล้วทำให้ตนเองดูดีขึ้น ผิวพรรณเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล เอาเถอะครับ แม้ว่าจะทำให้เกิดการใส่ใจเรื่องความสวยความงามมากเกินความจำเป็นในบางครั้ง แต่ก็พบว่าสิ่งที่ได้ตามมาย่อมนำมาสู่การมีสุขภาพดี เมื่อร่างกายแข็งแรงย่อมส่งผลให้สุขภาพใจดีตามมาด้วย ว่าง่ายๆทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจต่างก็ส่งผลซึ่งกันและกัน ในทางตรงข้ามถ้าสุขภาพกายแย่ก็ส่งผลต่อสุขภาพใจแย่ตามไปด้วย



เมื่อไม่นานมานี้ผมได้อ่านบทความในคอลัมน์เล็กๆของหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ที่เล่าเกี่ยวกับการที่ผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยเป็นดาราหนังโป๊ออกมาเล่าถึงการใช้ประโยชน์จากน้ำอสุจิสามารถเป็นเครื่องสำอางบำรุงผิวพรรณให้ดูเปล่งปลั่งอยู่เสมอได้ (ไม่ขออธิบายรายละเอียดของการได้มาและวิธีการใช้บำรุงว่าใช้ที่ส่วนไหนบ้าง) จนมีแนวคิดในการที่จะให้บรรดาหนุ่มๆทั้งหลายช่วยกันบริจาคหรือมีการซื้อขายกันเป็นเรื่องเป็นราวและจะมีการสกัดมาเป็นเครื่องสำอางประทินผิวต่อไป อ่านแล้วก็อดขำปนแปลกใจว่า “คิดได้ยังงัย” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องที่เขียนมาเพื่อสนุกๆก็ตาม ก็ทำให้หลายๆคนพยายามนำเสนอให้เห็นว่าการมีกิจกรรมทางเพศต่างๆนั้นนำมาซึ่งสุขภาพที่ดีได้ด้วย (ที่สำคัญห้ามลืมว่าควรจะมี safe sex ด้วยน่าจะดียิ่งขึ้น) ก็แล้วแต่จะคิดกันไป ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เราจะได้มาคุยกันต่อ แต่ในมุมมองของผมเองที่ก็คงลืมไม่ได้ว่า เรื่อง sex ก็ส่งผลต่อจิตใจได้ไม่น้อยเลยที่เดียว ฉบับที่แล้ว แฟนๆนิตยสาร Health Today คงได้อ่านบทความเรื่องความเครียดที่เกิดจากการมีsexที่ไม่เป็นที่พอใจกันมาแล้ว ฉบับนี้ยังมีเรื่องราวของsex ที่ดูเหมือนว่าน่าจะเป็นอาหารเสริมได้ ว่าจะมีผลต่อร่างกายหรือและจิตใจอย่างไร มาเล่าสู่กันฟังครับ





Sex อาหารเสริมสุขภาพกาย



การให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องsex เป็นเรื่องหลักที่ขาดไม่ได้ มิฉะนั้นชีวิตคงจะเหี่ยวเฉาหรือขาดรสชาติ ความจริงแล้วลึกๆก็อาจจะมีเหตุผลหลายๆอย่างในการที่ต้องมีsex ซึ่งผมว่าก็ไม่พ้นเรื่องทางใจอยู่ดีล่ะ มีข้อมูลการวิจัยที่ตีพิมพ์ลงในวารสารการแพทย์ของประเทศอังกฤษ พบว่าผู้ที่มีความสุขจากการถึงจุดสุดยอด (orgasm)บ่อยครั้งเป็นประจำจะมีความสุขในชีวิตหรือแม้ในช่วงบั้นปลายของชีวิตก็ตาม ซึ่งมากกว่าพวกที่ขาดโอกาสทางด้านนี้ถึง กว่าครึ่งเลยทีเดียว และนอกจากนี้มีการศึกษาว่าการมี sex 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์จะทำให้มีการพัฒนาในเรื่องดังต่อไปนี้



1.ทำให้ระบบประสาทการรับกลิ่นดีขึ้น เพราะมีการพัฒนาของสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดมกลิ่น(olfactory bulb) แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะเกี่ยวข้องกับที่พูดกันว่า “ผิดสี ผิดกลิ่นเป็นใช้ได้” หรือไม่ เพราะความจริงแล้วกลิ่นก็เป็นส่วนหนึ่งที่กระตุ้นระบบความทรงจำด้วย พอจำแม่นๆนานๆก็ชักเบื่อ อยากจะเปลี่ยนกลิ่นใหม่ ไม่ทราบว่าจะดีหรือไม่ดี คิดเอาเองก็แล้วกันครับ



2.มีการวิจัยพบว่าผู้ชายที่มีsex มากกว่าสามครั้งต่อสัปดาห์ขึ้นไป จะมีอัตราการตายจากโรคหัวใจหรือโรคหลอดเลือดสมอง ลดลงกว่าครึ่งเลยที่เดียว (ยกเว้นประเภทที่ชอบพาคุณหนูๆที่ต่างวัยมากๆไปมีsex อาจเพิ่มอัตราการตายเสียมากกว่า เพราะคงจะตื่นเต้นจนหัวใจวายได้)



3.การมีsex จะทำให้หัวใจมีการสูบฉีดโลหิตดีขึ้น อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มจาก 70-80 ครั้งต่อนาทีเป็น150 ครั้งต่อนาที มีการเผาผลาญพลังงานถึง 200 กิโลแคลอรี หรือเท่ากับการวิ่งเหยาะๆบนสายพานประมาณ15 นาที (บางคนบอกว่าเลิกวิ่งดีกว่ามามีsex แทน และถ้าโกหกคนที่บ้านว่ามาวิ่งและมีsex กับคนอื่นแทนก็ระวังตัวดีๆก็แล้วกัน) หรือว่าเวลาไม่กล้าชวนแฟนมีsex ก็บอกว่าชวนมาช่วยกันเผาผลาญพลังงานสัก200 แคลลอรี่หน่อย ได้ไหม ก็พอใช้ได้ แต่ระวังแฟนจะตอบว่าอยากเผาผลาญสัก 400-600 แคลลอรี่แทน คุณก็คงต้องก่ายหน้าผากคิดหนักอีก นอกจากนี้จากการวิจัยพบว่าทำให้สามารถลดน้ำหนักได้อีกด้วย(แต่ก็ไม่ควรหักโหมรีบลดเร็วเกินไป หรือไปออกกำลังกายอย่างอื่นเลย ดูจะหมกมุ่นไปหน่อยกระมัง)



4.การมี sex จะทำให้ร่างกายกระตุ้นการหลั่งสารที่เป็นฮอร์โมนสำหรับเพศชาย (testosterone) ออกมามากขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อและกระดูกมีความแข็งแรง(บางคนก็มีคำถามว่ากล้ามเนื้อส่วนไหนที่แข็งแรงกันแน่ ส่วนใหญ่กล้ามเนื้อมักจะอยู่คู่กับกระดูก แล้วกล้ามเนื้อที่ไม่มีกระดูกล่ะจะแข็งแรงหรือเปล่า ไปหาคำตอบกันเอาเองก็แล้วกันนะครับ)



5.มีงานวิจัยในประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่าการมีsex และมีการหลั่งน้ำอสุจิเข้าไปในช่องคลอด(โดยไม่สวมถุงยางอนามัย) จะทำให้ช่วยลดอาการของโรคซึมเศร้าในฝ่ายหญิงได้เนื่องจากในน้ำอสุจิของผู้ชายมีสารที่เรียกว่า prostaglandin สามารถดูดซึมได้ที่ผนังช่องคลอด อย่างไรก็ตามวิธีนี้เหมาะสำหรับคู่สามีภรรยา ที่มั่นใจว่าปลอดโรคและปลอดการตั้งครรภ์แล้ว มิฉะนั้นแล้วเมื่อมีsex โดยปราศจากการป้องกัน หรือการมี sex มีหลายคนแล้วติดโรคหรือตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ อาจจะยิ่งทำให้ซึมเศร้ามากขึ้น อย่างไรก็ตามการรักษาโรคซึมเศร้าก็ต้องอาศัยการรับประทานยาและพบจิตแพทย์ด้วย



6.ทันที่ที่มีการถึงจุดสุดยอด ร่างกายจะหลั่งสารตัวหนึ่งออกมาเรียกว่า oxytocin ซึ่งมีปริมาณสูงกว่าค่าปกติที่มีในร่างกายถึง5 เท่า ซึ่งสารตัวนี้จะไปกระตุ้นให้มีการหลั่งสารแห่งความสุขคือ endorphin ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขที่ร่างกายสามารถสร้างได้เอง สิ่งที่ตามมาคือสามารถลดอาการปวดต่างๆในร่างกายได้เป็นอย่างดี(รวมทั้งปวดใจด้วย แต่มิได้หมายความว่ามีsex เพื่อรักษาอาการอกหักนะครับ การแก้อาการอกหักต้องใช้เวลา แต่ถ้ามี sex แล้วหายจากอกหัก ก็คงมิใช่อกหักจริงๆแล้วล่ะ เรียกว่าเป็นโรคขาด sex ไม่ได้มากกว่า)



7.ที่เมืองเพนซิลวาเนีย ประเทศอเมริกามีการศึกษาพบว่า การมีsex 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ จะทำให้เพิ่มภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่างๆขึ้นถึง 30เปอร์เซ็นต์ ได้เช่น ไข้หวัด หรือไข้หวัดใหญ่ (แต่ไม่จำเป็นต้องเพิ่มมากเกินไปก็ได้ครับ เดี๋ยวจะพาลล้มป่วยแทนที่จะแข็งแรงขึ้น เพราะมัวแต่เพิ่มภูมิคุ้มกันโดยมิได้พักผ่อนอย่างพอเพียง)



8.การฝึกขมิบอุ้งเชิงกรานบ่อยๆซึ่งเกี่ยวข้องกับการมีsex ที่เรียกว่า Kegel exercises เป็นการทำให้เกิดผลพลอยได้คือทำให้การควบคุมการทำงานของกระเพาะปัสสาวะดีขึ้น



9.มีคำแนะนำที่อาจจะน่าขำเล็กน้อยจากต่างประเทศที่มีการศึกษาพบว่าส่วนประกอบของน้ำอสุจิมีสารหรือแร่ธาตุที่ป้องกันฟันผุได้(คงไม่ต้องอธิบายว่าจะใช้ป้องกันอย่างไรนะครับ) และนอกจากนี้ถ้ามีความใส่ใจเรื่องการมีsex แบบมีความสุข สะอาด หลายๆคู่ก็นิยมการแปรงฟันเพื่อให้ลมหายใจสดชื่น ก็เป็นการดูแลสุขภาพปากและฟันไปในตัว(แต่คงไม่ต้องมีsex ไปและแปรงฟัน(ปลอม?) ไปด้วยหรอกนะครับ)



10.การหลั่งน้ำอสุจิมีผลต่อสุขภาพของต่อมลูกหมากด้วย จากการศึกษาพบว่าการถึงจุดสุดยอดและหลั่งน้ำอสุจิของผู้ชายจะทำให้มีการปรับสมดุลต่างๆคือการลด ความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากได้ มีคำแนะนำว่าถ้าจะให้ดีควรจะมีการหลั่งน้ำอสุจิมากกว่า 5ครั้งต่อสัปดาห์ (จะไหวมั๊ยเนี่ย!) ก็คงไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ครับ และเขายังแนะนำอีกว่าการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองก็ได้ผล ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนคู่นอนจำนวนมาก เพราะแทนที่จะลดความเสี่ยงกลับกลายเป็นการเพิ่มความเสี่ยงแทน เพราะจะทำให้ร่างกายได้รับเชื้อโรคจากหลายๆแหล่งมากขึ้น



นอกจากนี้การมีsex ก็ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายอีกหลายๆอย่างไม่ว่าจะเป็นผลทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม เพราะในความเป็นจริงแล้วการมีsex ก็เปรียบเหมือนกับการออกกำลังกายชนิดหนึ่งซึ่งส่งผลทางกายและจิตใจควบคู่กันไป





Sexเปรียบเสมือนเป็นอาหารเสริม แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเสริมsex



มาถึงตอนนี้คงต้องทำความเข้าใจกันอีกครั้ง(หรือหลายครั้ง) เพราะเรื่องการเสริมsexเป็นเรื่องที่นับวันจะได้รับความนิยมกันมากขึ้นเรื่อยๆ จนตามมาด้วยการแก้ปัญหา(ที่ตกบ้างไม่ตกบ้าง)นอกจากจะทำให้มีความสุขที่ไม่จีรังยังยืนแล้วยังอาจเกิดผลเสียต่อร่างกายและจิตใจด้วย เช่น



1.การทำศัลยกรรมตกแต่ง อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นsex เริ่มจากใบหน้าก่อน โดยเฉพาะผู้หญิง(ผู้ชายก็มีมากขึ้นเรื่อยๆเหมือนกัน) ด้วยความเข้าใจว่าหน้าตาไม่สวยงาม ใครๆก็ไม่อยากมี sex ด้วย ผมว่าเอาแค่พอดูได้ ไม่สะดุ้งทุกครั้งที่เปิดไฟหรือหันหน้าไปมอง ก็น่าจะโอเคแล้วครับ มิฉะนั้นบางคนไม่สวยเลย แต่ทำไมมีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง น่าจะลองค้นหาว่าคู่ของเขาอยากมีsex กับเขาเพราะหน้าตาอย่างเดียวหรือความรัก ความผูกพันอื่นๆด้วยเป็นส่วนประกอบ (บางคนหน้าตาก็งั้นๆ แต่ sex สุดยอด แล้วแฟนจะไปไหนรอดครับ) นอกจากนี้การนิยมเสริมเติมแต่งให้ใหญ่ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหน้าอก หรือแม้กระทั่งอวัยวะเพศชาย ผลระยะยาวไม่มีใครการันตีได้หรอกครับ ของเทียมก็เป็นของเทียมอยู่ดี ในความจริงแล้วคนที่คิดมากหรือคิดไปเองก็เป็นเจ้าตัว หาใช่เป็นความคิดของอีกฝ่ายไม่ เรื่องที่เป็นค่านิยมผิดๆเหล่านี้ ว่าอันโน้น อันนี้ต้องมีขนาดใหญ่จึงจะทำให้เกิดความพอใจ ความจริงแล้วแนวความคิดเหล่านี้ถูกปลูกฝังมาจากหนังปลุกใจเสือป่าทั้งหลาย หรือหนังโป๊นั่นเอง ซึ่งเป็นการปลูกฝังค่านิยมผิดๆให้กับสังคม จนบางคนก็ขาดความมั่นใจในตัวเองจนไม่กล้าที่จะมี sex กับใครหรือพยายามดิ้นรนเสียเงินเสียทองเพื่อตอบสนองความต้องการหรือคิดว่าเป็นปมด้อยที่ส่วนใหญ่คิดไปเอง มีคู่รักหลายคู่พึงพอใจที่จะสัมผัสของเล็กๆ แต่หันไปให้ความสำคัญด้านอื่นๆมากกว่า เช่น “ ลีลา” เป็นต้น



2. การใช้อุปกรณ์เสริมความต้องการหรือความรู้สึกทางเพศ ก็ควรให้พอเหมาะพอควร และที่วางขายกันเกลื่อนไปหมด ตามท้องตลาด ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์หรือเป็นยาต่างๆ ก็ไม่เห็นมีตรา อย.ประทับไว้ นั่นแสดงว่าเป็นอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ หรืออาจมีผลเสียตามมาได้ แต่ถ้าบางคู่ใช้เป็นและทำให้เกิดความพึงพอใจแบบพอเหมาะพอควรก็คงไม่เป็นไร อย่าให้พิสดารมากเกินไป ดูแล้วเหมือนพวกที่ป่วยมีปัญหาทางจิตคงไม่ดีแน่ๆ นอกจากนี้การใช้อุปกรณ์เสริมต่างๆนั้นอาจส่งผลต่อจิตใจในระยะยาวได้ ทำให้การมีsex ตามปกติเริ่มผิดเพี้ยนไป เพราะมัวแต่ยึดติดกับอุปกรณ์เหล่านั้นจนไม่ยอมเลิกรา อย่าลืมนะครับ การติดsex กับติดสารเสพติดก็มีรูปแบบความผิดปกติในสมองที่คล้ายๆกัน มักจะตามมาด้วยปัญหาทั้งตัวเองและครอบครัวได้เช่นเดียวกัน



3.การหาอาหารเสริมรับประทานนอกบ้าน โดยอ้างว่าเป็นการเปลี่ยนรสชาติ ความซ้ำซากจำเจ เพื่อให้ไม่เบื่อคนที่บ้านมากเกินไป เป็นสิ่งที่หลายครอบครัวก็ยังถกเถียงกัน ถ้ามองในแง่มุมของผู้ชายก็คงเห็นด้วยเกือบทั้งหมด ว่าค่านิยมแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่ถ้าเป็นมุมมองของผู้หญิงก็บอกว่าฉันไม่ยอมแบ่งปันให้ใครเด็ดขาด ตายเป็นตาย แต่ผู้หญิงบางคนก็ยอมรับว่าตนเองให้ความสุขแก่สามีไม่ได้ จะด้วยเหตุผลใดๆก็แล้วแต่ ก็ต้องยอมให้สามีไปหาความสุขเสริมนอกบ้าน แต่ก็ยังต้องมีข้อแม้อีกหลายอย่างอยู่ดี ในความเห็นผมคิดว่าถ้าใส่ใจเรื่อง sex เป็นเรื่องสำคัญหรือเป็นคนที่มีความต้องการทางเพศสูงมาก แม้การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองไม่ช่วยลดความรู้สึกลงเลย จำเป็นต้องหาความสุขนอกบ้าน ก็ขอให้พอเหมาะพอควร และอย่าทำให้ครอบครัวหรือคนที่คุณรักเดือดร้อน เช่นการรู้จักป้องกันโรค ไม่เสียเงินทองไปกับการลุ่มหลงมากจนเกินไปและยังรับผิดชอบครอบครัวอยู่เหมือนเดิม ส่วนคุณผู้หญิงก็ควรเห็นใจคุณผู้ชายบ้าง มิได้หมายความว่าจะให้สนับสนุนให้คุณผู้ชายไปมี sex ที่อื่น หรือกับคนอื่น แต่ ถามตัวเองว่าพยายามตอบสนองโดยวิธีการอื่นๆให้เขาพอใจบ้างแล้วหรือไม่ ถ้ายังไม่เต็มที่ก็ควรพยายามเพิ่มขึ้นอีกสักนิดจะเป็นไรไปหรือถ้าไม่ได้จริงๆน่าจะลองปรึกษากับผู้ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่นปรึกษาแพทย์ในสาขาที่เกี่ยวกับเรื่องทางเพศ ซึ่งแพทย์จะสามารถให้ข้อมูลที่ถูกต้องตามหลักวิชาการที่เกิดความปลอดภัย มิใช่ถูกหลอกให้เสียเงินเสียทอง บางคนได้รับข้อมูลผิดๆ แทนที่จะดีขึ้นกลับยิ่งแย่ลงกว่าเดิม และที่สำคัญอย่าละเลยปัญหาทางด้านจิตใจด้วย เพราะมีหลายๆคู่ที่มีปัญหาเรื่อง sex เพราะสาเหตุหลักมาจากปัญหาทางด้านจิตใจมากกว่าปัญหาทางสรีระหรือร่างกายโดยตรง





ผลทางด้านจิตใจจากการมี sex



ผลทางด้านจิตใจจากการมีsex ซึ่งในส่วนที่มีผลทางกายก็จะมีผลต่อความสุขทางใจ(โดยทางอ้อม)ในหลายๆเรื่องอยู่ เช่น



1.ในเรื่องเมื่อสามารถลดความเจ็บปวดต่าง หรือความไม่สบายใจต่างๆได้ ก็จะทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นผลจากสาร endorphin ดังกล่าว หรือจากความพึงพอใจจากการมีกิจกรรมต่างๆทางเพศก็ได้



2..ในเมื่อการมีsex เปรียบเหมือนการออกกำลังกายชนิดหนึ่ง ย่อมส่งผลให้สุขภาพแข็งแรงขึ้นหรือสามารถเป็นการป้องกันโรคร้ายต่างๆหลายโรคได้บ้างดังที่กล่าวมา ก็จะทำให้จิตใจสบายขึ้นด้วย(แต่ก็ไม่ควรที่จะหักโหมจนเกินไป)



3.การมี sex เป็นการใช้เวลาอยู่ร่วมกันของชายหญิง ซึ่งนอกจากจะเป็นเวลาของการทำกิจกรรมทางเพศแล้ว ก็ยังอาจใช้เวลาดังกล่าพูดคุยถึงเรื่องราวต่างๆในชีวิตประจำวันได้ และสามารถเป็นเวลาของครอบครัวที่ทำความเข้าใจและเพิ่มพูนความรัก ความสุขให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น (แต่อย่าพยายามเอาเรื่องงาน หรือเรื่องที่ไม่ถูกกาละ เทศะมากนักมาคุย เพราะอาจจะทำให้หมดความรู้สึกทางเพศไปดื้อๆก็มี)



4.การมี sex เป็นการฝึกที่จะเข้าใจความต้องการหรือความรู้สึกของแต่ละฝ่าย โดยผ่านกิจกรรมทาง sex เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และปรับตัวซึ่งกันและกัน นำมาซึ่งความสุข ความพึงพอใจ (ประเภทที่มาถึงก็ทำไปอย่างรวดเร็วแล้วพอเสร็จสมอารมณ์หมาย ก็หลับเป็นตาย ขอให้เลิกเถอะ เพราะบางที่อีกฝ่ายยังนอนก่ายหน้าผากอยู่สวรรค์ชั้นหกอยู่เลย สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อการมี sex)



5.สำหรับคุณผู้หญิงที่มีความโรแมนติกมากๆและจินตนาการเรื่องsex เป็นเรื่องของความรัก หรือความสุขที่จะได้รับจากฝ่ายชาย เมื่อมีกิจกรรมทางเพศเกิดขึ้นก็ทำให้รู้สึกถึงการที่ฝ่ายชายกำลังถ่ายทอดความรักมาให้ ไม่ว่าจะเป็นแววตาที่อีกฝ่ายมองมา หรือคำพูดต่างๆ และการปฏิบัติที่ให้ความสนใจในตัวของฝ่ายหญิง (อย่างไรก็ตามก็ไม่ควรรับการถ่ายทอดจากหลายๆคน เพราะนอกจากจะได้ความรู้สึกสุขแล้วอาจจะได้ความทุกข์ตามมาภายหลังได้ ถ้าสิ่งที่ทำอยู่นั้นไม่ได้แตกต่างจากคำว่า “สำส่อนทางเพศ” เลย )



ผมเชื่อว่าหลายๆคนที่มีความสุขทางใจอยู่แล้วด้วยวิธีการอื่นๆที่มิใช่เรื่องsex อย่างเดียว ก็อาจจะมองว่าเรื่อง sex มิใช่เรื่องใหญ่หรือเรื่องสำคัญมากนัก แต่ก็ดีกว่าการไม่มีมิใช่หรือ คิดเสียว่าเป็นอะไรที่สามารถเป็นส่วนเสริมเข้ามาให้ความสุขที่มีอยู่แล้วเพิ่มขึ้นจากเดิม โดยที่ไม่เป็นการหมกมุ่นอยู่กับเรื่อง sex มากเกินไป และควรให้เหมาะกับวัยด้วย บางคนอายุมาก วัยล่วงเลยชนิดที่น่าจะเพลาๆเรื่องเหล่านี้ลงบ้าง แต่ก็ไม่เคยที่คิดจะเลิก จนทำให้คนอื่นๆมองด้วยสายตาที่ดูถูกหรือสมเพช คงไม่เหมาะนัก แค่พอหอมปากหอมคอ และมีความสุขตามสมควรน่าจะดีกว่า และที่สำคัญไม่แนะนำว่าเวลาที่คุณมีทุกข์ต่างๆ เกิดขึ้น ก็หาทางออกด้วยการด้วยการมี sex ก็คงไม่ต่างกับการที่เวลาที่มีปัญหาหรือความเครียดเกิดขึ้นในชีวิตแล้วมาลงเอยด้วยการเสพสารเสพติด เพราะนั่นมิใช่หนทางในการแสวงหาความสุขที่จีรังยั่งยืนอย่างแท้จริง.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น